วงดนตรีคลาสสิค เป็นรูปแบบหนึ่งของดนตรี ซึ่งมักจะหมายถึงดนตรีที่เป็นศิลปะ ของตะวันตก

วงดนตรีคลาสสิค วันนี้จะพามารู้จักดนตรี ที่เป็นศิลปะของตะวันตก

วงดนตรีคลาสสิค ดนตรีคลาสสิก เริ่มมีการพัฒนาการตามเวลา มีเฟื่องฟูและเสื่อมถอยลง เสียงเพลงนั้นได้กำเนิดตั้งแต่ในยุคคนป่า ดึกดำบรรพ์จนไปถึงยุคโรมันเอ็มพาย มักจะมีบทเพลงในการฉลองชัย งานเลี้ยงต่างในบทเพลง

เพื่อสร้างความสนุกในงาน เมื่อยุคโรมันล่มสลายลงได้มีการเสื่อมถอยศิลปะและ ดนตรีก็ได้เริ่มจางหายไป จนมาเริ่มฟื้นตัวในยุคเรเนสซอง ในเวลาต่อมาดนตรีได้มีการพัฒนา จากเสียงทำนองซ้ำซากเดิมๆ แนวเพลงคลาสสิค ได้มีการผสานเสียง ดนตรีคลาสสิกได้มีจุดกำเนิด อย่างจริงจังในทศวรรษ 17

มีศิลปินอิตาเลี่ยนได้นำดนตรี เข้ามาเผยแผ่และขยายเป็นวงกว้าง สู้ตะวันตกและเป็นต้นเหตุของยุคเรเนสซอ งฟื้นฟูอย่างแท้จริงจนมีจุดศูนย์กลาง ในเมือง เวียนนา มีศิลปินที่มีซื่อเสียงเดินทาง มาเข้าร่วมในเมืองเป็นจำนวนมาก dafabetsพนันออนไลน์

วงดนตรีคลาสสิค
วงดนตรีคลาสสิค

มารู้จักกับ วงดนตรีคลาสสิค จะใช้เครื่องดนตรีชนิดใดบ้าง

เมื่อเอ่ยถึงดนตรีคลาสสิก หลายคนด้วยเสียงอาจนึกถึงดนตรี หรือที่มีนักร้องมาโก่งคอร้องเพลง ด้วยลูกคอเสียงสูงอันทรงพลัง เป็นคนตรีที่ต้องไต่บันไดฟังอะไรทำนองนั้น ด้วยความรู้สึกที่ว่าเป็นดนตรีขั้นสูง ที่ฟังอยากมีการแยกเสียงของ เครื่องดนตรีต่างๆให้ฟัง

ดนตรีจัดเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ใช้เสียงในการถ่ายทอดอารมณ์ไปยังผู้ฟัง ก่อให้เกิดความบันเทิง ความสุข ความพอใจแก่ผู้ได้ฟัง ดนตรีคลาสสิกมีจุดกำเนิดและพัฒนาการมาตั้งแต่ เพลงคลาสสิค ดังๆ ยุคกลาง พ.ศ. 1019 – พ.ศ. 1943

ซึ่งเป็นปีที่อาณาจักรโรมันล่มสลาย รูปแบบของเพลงในยุคนี้จะเน้นไปที่ การการร้องที่เป็นเพลงสวดต่อมา ในตอนปลายยุคสมัยเริ่มมีการร้องประสานในบทเพลง มาถึงในยุคศตวรรษที่ 20 หรือยุคร่วมสมัยในปัจจุบัน พ.ศ. 2443 – ปัจจุบัน

แนวทางของดนตรี เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ยึดติดกับทำนองและพิธีกรรมแบบเก่า มีการแสวงหาแนวทางที่เป็นแนวของตนเอง นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่นอิกอร์ สตราวินสกี้ เป็นต้น ดนตรีคลาสสิกจะใช้เครื่องดนตรีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ

1. เครื่องสาย เช่นไวโอลีนวิโอลาเชลโลและดับเบิลเบส

2. เครื่องลมไม้ เช่น ฟลูตคลาริเน็ตโอโบบาสซูนปิคโค

3. เครื่องลมทองเหลือง เช่นทรัมเป็ตทรอมโบนทูบาเฟรนช์ฮอร์น

4. เครื่องกระทบ เช่นกลองทิมปานีฉาบกลองใหญ่ กิ๋ง

เมื่อเล่นรวมกันเป็นวงจะเรียกว่า วงดุริยางค์หรือออร์เคสตรา รวมถึงการร้องเพลงประสานเสียง หรือการร้องเพลงเป็นหมู่คณะ จะมีหลักของการร้องเพลงประสานเสียง คือต้องมีความก้องกังวาน มีพลัง และต้องเข้าใจถึงความเข้าทำนอง ในเนื้อเพลงของการร้องเป็นหมู่คณะอีกด้วย

อีกวงที่ได้รับความนิยมคือ โมสาร์ท กับเพลงที่คุ้นเคยกันดี คือเพลง Eine Kleine Nachtmusik  เป็นเพลงจังหวะเร็วเร้าใจ ทรงพลัง ซึ่งปัจจุบันจะนำเพลงเหล่านี้ รวมเพลงคลาสสิค มาประกอบโฆษณายี่ห้อ สินค้าดังๆ จึงทำให้คุ้นหูจนทุกวันนี้

และมีอีกๆหลายเพลงจากบทประพันธ์ของ วิวัลดี ที่ถูกแต่งขึ้นมาให้วงออร์เคสตร้าหญิง ซึ่งได้กลายเป็นวงออร์เคสตร้าที่มีเอกลักษณ์ ที่สุดวงหนึ่งของโลก จนสามารถดึงดูดเศรษฐีชาวต่างชาติ มาชมการแสดงได้มาก

หลังจากเขาเสียชีวิต เพลงบางเพลงก็ถูกลบเลือนไป จนกระทั่งไม่กี่ปีก็ถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง ทุกวันนี้อย่างสง่างาม วิวัลดจึงถูกจัดอันดับให้เป็นนักแต่งเพลงยุคบาโรก ที่มีชื่อเสียงอีก และเป็นต้นแบบให้คีตกวีรุ่นหลัง สืบทอดจารึกไว้เป็นต้นแบบจนทุกวันนี้

Orchestra San Carloวงดนตรีคลาสสิค แห่งเมือง Naples ประเทศอิตาลี

เมือง Naples เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม อันโด่งดังที่สุดของประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงของโรงอุปรากรอันเป็นตำนาน นั่นก็คือโรงอุปรากรแห่ง San Carlo หรือ Teatro di San Carlo ซึ่งได้รับการเรียกขานว่าเป็นโรงอุปรากร ที่เป็นคณะแสดงเก่าแก่ที่สุดของโลก

อีกทั้งยังคงดำเนินการแสดง อยู่มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1737 อีกทั้งยังก่อตั้งขึ้นก่อนหน้า โรงอุปรากร La Scala แห่งเมือง Milan และ La Fenice แห่งเมือง Venice จากการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของกษัตริย์ Charles III แห่ง Naples

จึงทำให้โรงอุปรากรแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่สำคัญ ทำให้ทั้งอุปรากรและดนตรีคลาสสิก เกิดการพัฒนาขึ้นโดยไม่ใช่เพียงแค่ใน ประเทศอิตาลีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทวีปยุโรปด้วย เพลงคลาสสิค คลายเครียด อีกทั้งยังเป็นจุดกำเนิดของอุปรากรสมัยใหม่

อันมีรากฐานแข็งแรงมาจาก Neapolitan Tradition โดยประวัติศาสตร์ของดนตรีตะวันตก อันเกี่ยวเนื่องกับอุปรากรในศตวรรษที่ 18 โดยเหล่านักประพันธ์ล้วนสร้างสรรค์ผลงาน ตลอดจนศึกษารูปแบบของอุปรากรในเมือง Naples เป็นหลัก

ด้วยเหตุนี้จึงถือว่า Naples เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางของอุปรากรในสมัยนั้น ทางด้านของวง Orchestra แห่ง San Carlo เองก็มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกัน ตลอดจนมีชื่อเสียงควบคู่ไปกับ โรงอุปรากรเช่นเดียวกัน วง Orchestra แห่ง San Carlo ได้บรรเลงผลงาน ของคีตกวีคนสำคัญของโลกหลายท่าน เช่น Rossini, Bellini, Donizetti, Bach , Verdi เป็นต้น 

วง Gewandhaus Orchester ประเทศเยอรมัน 

เป็นวงดนตรี Orchestra มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกอีกวงหนึ่ง ตั้งอยู่ ณ เมือง Leipzig ประเทศเยอรมนี ตั้งตามชื่ออาคารจัดแสดงดนตรี Gewandhaus ซึ่งวงดนตรีนี้จัดแสดงเป็นประจำ โดยก่อตั้งมาอย่างยาวนานมากว่า 260 ปีแล้ว

จากการสนับสนุนทางด้านการเงิน ของพ่อค้าวาณิชแห่งเมือง Leipzig จำนวน 16 คน ในปี ค.ศ. 1743 เริ่มต้นการจัดแสดงดนตรีในอาณาเขตส่วนบุคคล ปีต่อมาจึงย้ายไปจัดการแสดง ณ โรงแรม Three Swans ได้จัดแสดงเป็นเวลาถึง 36 ปี

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1781 ได้มีการย้ายสถานที่อีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1781 นี้เองจึงได้มาจัดแสดง ณ ชั้นบนของ Gewandhaus ซึ่งเป็นอาคารขายเสื้อผ้า โดยนับแต่ปี ค.ศ. 1781 นี้เองที่วง Gewandhaus Orchestra จัดคำขวัญ “Res severa est verum gaudium” มาโดยตลอด

จากพิษของสงครามโลกครั้งที่ 2  จึงได้ปิดไป พร้อมเปิดการแสดงอีกครั้งในปี ค.ศ. 1981 เมื่ออาคาร Gewandhaus หลังปัจจุบันได้เปิดใช้งาน และก็ได้จัดแสดงที่อาคารหลังนี้มาจนถึงปัจจุบัน

วงดนตรีคลาสสิคsymphony 

symphony คือวงดนตรีขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วย เครื่องดนตรีจากทุกประเภทไม่ว่า จะเป็นดีดสีตีเป่า โดยเน่นทำนองซะส่วนใหญ่ เครื่องดนตรีทุกชิ้นจึงมีความสำคัญของตัวมันเอง นอกจากนี้ยักมีความเข้าใจในเพลง และการฝึกฝนร่วมกันอีกด้วย

อย่างที่รู้กันว่าการแสดงสด ไม่มีอะไรแน่นอนจึงต้องมีการฝึกฝน ให้เกิดความพร้อมเพียง และในการแข่งขันระดับโลก ก็แสดงให้ทุคนอึ่งกันไปแล้ว ไม่ว่าจังหวะขึ้หรือจบ มืออาชีพเหล่านั้นสามารถแสดง ความสามารถออกมาให้ชาวโลก ได้เห็นกันแล้ว

ซึ่งเจ้าความพร้อมเพียงนี่ถือว่า เป้นเสนห์ที่ดึงดูดผู้ฟังได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไร่ก็ตามจังหวะต่างๆ จะถูกควบคุมโดยผู้ควบคุมวงอีกครั้ง อย่างที่ท่านได้เห็นในวีดีโอซ้ายมือ เมื่อฟังดูแล้วจะรู้ว่าเสียงทุกเสียงมีความสำคัญ สามารเล่นสื่อถึงอารมณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และตัวนักดนตรีมีความเป้นมืออาชีพสูง จนไม่สามารถหาข้อผิดพลาดของพวกเขาได้เลย